10 ระบบจองออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจไทย 2026
รีวิว

10 ระบบจองออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจไทย 2026

เปรียบเทียบ 10 ระบบจองออนไลน์ยอดนิยมในไทย พร้อมรีวิวฟีเจอร์ ราคา ข้อดีข้อเสีย และวิธีเลือกระบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

Booking Whale Booking Whale
· · 14 นาที

มีระบบจองออนไลน์ให้เลือกมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกระบบที่เหมาะกับธุรกิจในไทย บางตัวแพงเกินไป บางตัวซับซ้อนเกินไป และหลายตัวไม่รองรับ LINE OA ซึ่งคือช่องทางหลักของลูกค้าไทย

เราทดสอบและเปรียบเทียบระบบจองออนไลน์ 10 ระบบที่ธุรกิจไทยใช้บ่อยที่สุดในปี 2026 พร้อมบอกว่าแต่ละตัวเหมาะกับธุรกิจแบบไหน


เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ

ก่อนเข้าสู่รายการ นี่คือปัจจัยที่เราใช้ประเมินแต่ละระบบ

  • การรองรับ LINE OA — จำเป็นมากสำหรับตลาดไทย
  • ความง่ายในการใช้งาน — ทั้งฝั่งเจ้าของร้านและลูกค้า
  • ฟีเจอร์การแจ้งเตือน — ลด No-Show ได้มากแค่ไหน
  • ราคา — คุ้มค่ากับฟีเจอร์ที่ได้หรือไม่
  • การบริการลูกค้า — Support ภาษาไทยหรือไม่
  • รายงานและวิเคราะห์ — ข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ

1. Booking Whale — ดีที่สุดสำหรับธุรกิจไทย

Booking Whale พัฒนาขึ้นมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ จึงมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจบริการในไทยได้ครบครัน

ฟีเจอร์เด่น

  • เชื่อมต่อ LINE OA แบบ Native Integration
  • แจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน LINE 3 ชั้น (48h, 24h, 2h)
  • Rich Menu สำเร็จรูปพร้อมใช้งาน
  • รองรับหลายพนักงาน แยกตารางงานได้
  • ระบบ Waitlist อัตโนมัติ
  • รายงานธุรกิจแบบเรียลไทม์
  • Support ภาษาไทย 7 วัน

ราคา

  • Starter: 590 บาท/เดือน (พนักงาน 1 คน)
  • Professional: 1,290 บาท/เดือน (พนักงานถึง 5 คน)
  • Business: 2,490 บาท/เดือน (พนักงานไม่จำกัด)

ข้อดี

  • ออกแบบมาสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ
  • LINE OA Integration ที่ดีที่สุดในตลาด
  • ใช้งานง่าย ตั้งค่าได้ภายใน 1 ชั่วโมง
  • Support ตอบเร็ว เฉลี่ยภายใน 30 นาที

ข้อเสีย

  • ยังไม่มีเวอร์ชันภาษาอังกฤษเต็มรูปแบบ
  • บางฟีเจอร์ขั้นสูงยังอยู่ระหว่างพัฒนา

เหมาะสำหรับ: ร้านเสริมสวย คลินิก สปา ยิม และธุรกิจบริการทุกประเภทในไทย

ดูฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่ หน้าฟีเจอร์ Booking Whale


2. ระบบจองแบบ Google-Based (Google Forms + Calendar)

ระบบ DIY ที่หลายธุรกิจขนาดเล็กใช้เป็นตัวเลือกแรกเพราะฟรี

ฟีเจอร์เด่น

  • Google Calendar แสดงตารางนัด
  • Google Forms สร้างหน้าจองได้เอง
  • Google Sheets บันทึกข้อมูลลูกค้า
  • แจ้งเตือนผ่าน Email อัตโนมัติ

ราคา

  • ฟรี (ใช้ Google Workspace ทั่วไป)
  • Google Workspace: 170-340 บาท/เดือน

ข้อดี

  • ฟรีหรือราคาต่ำมาก
  • หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว
  • ยืดหยุ่นสูงในการปรับแต่ง

ข้อเสีย

  • ไม่มี LINE OA Integration
  • ต้องตั้งค่าเองทั้งหมด ซับซ้อนมาก
  • ไม่มีระบบป้องกันการจองซ้ำซ้อนอัตโนมัติ
  • ไม่มีระบบ Waitlist
  • รายงานต้องทำเองใน Sheets

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น มีลูกค้าน้อย และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย


3. ระบบจองแบบ Appointment Scheduling สากล (เช่น Calendly-style)

ระบบจากต่างประเทศที่ได้รับความนิยมระดับโลก มีฟีเจอร์ครบแต่ออกแบบมาสำหรับตลาดสากล

ฟีเจอร์เด่น

  • หน้าจองที่สวยงามและ professional
  • เชื่อมต่อกับ Google Calendar, Outlook
  • แจ้งเตือนผ่าน Email และ SMS
  • รองรับการชำระเงินออนไลน์
  • Video Meeting Integration (Zoom, Google Meet)

ราคา

  • Free Plan: จำกัดฟีเจอร์
  • Basic: 400-600 บาท/เดือน
  • Premium: 1,000-2,000 บาท/เดือน

ข้อดี

  • UI/UX ที่ออกแบบมาดี
  • มี Integration กับเครื่องมือสากลมากมาย
  • เหมาะสำหรับการนัดประชุมออนไลน์

ข้อเสีย

  • ไม่มี LINE OA Integration แบบ native
  • ราคาเป็นดอลลาร์ ผันผวนตามค่าเงิน
  • Support เป็นภาษาอังกฤษ
  • ไม่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าไทย

เหมาะสำหรับ: ที่ปรึกษา, โค้ช, บริการวิชาชีพที่มีลูกค้าต่างชาติด้วย


4. ระบบจองสำหรับร้านอาหาร (Table Management)

ระบบเฉพาะทางสำหรับร้านอาหารและการจองโต๊ะ

ฟีเจอร์เด่น

  • แผนผังร้านแบบ visual
  • จัดการโต๊ะและรอบการนั่ง
  • CRM ลูกค้าและประวัติการมาร้าน
  • รองรับ Walk-in และ Reservation พร้อมกัน

ราคา

  • 1,500-5,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน

ข้อดี

  • ออกแบบมาสำหรับร้านอาหารโดยเฉพาะ
  • จัดการโต๊ะได้ละเอียด
  • มักมีระบบ POS Integration

ข้อเสีย

  • ราคาสูง
  • เกินความจำเป็นสำหรับธุรกิจนอกเหนือจากร้านอาหาร
  • LINE OA Integration มักจำกัด

เหมาะสำหรับ: ร้านอาหาร Fine Dining, ร้านอาหารที่มีที่นั่งจำกัดและต้องการจัดการโต๊ะอย่างละเอียด


5. ระบบ POS ที่มีฟีเจอร์จอง

ระบบ Point of Sale ที่เพิ่มฟีเจอร์การจองเข้ามา เช่นระบบที่ใช้กันแพร่หลายในร้านเสริมสวย

ฟีเจอร์เด่น

  • จัดการ POS และจองนัดในระบบเดียว
  • ประวัติลูกค้าและบริการที่เคยใช้
  • Inventory Management
  • รายงานรายได้แบบละเอียด

ราคา

  • 1,000-4,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์

ข้อดี

  • ครบวงจรในระบบเดียว
  • ประวัติลูกค้าละเอียดมาก
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ POS ด้วย

ข้อเสีย

  • ราคาสูง ฟีเจอร์เกินความจำเป็นสำหรับบางธุรกิจ
  • LINE OA Integration มักเป็น Add-on เพิ่มเติม
  • ซับซ้อน เรียนรู้นาน

เหมาะสำหรับ: ร้านเสริมสวยขนาดกลาง-ใหญ่ที่ต้องการระบบ POS ด้วย


6. ระบบจองสำหรับฟิตเนสและคลาส

ระบบเฉพาะทางสำหรับยิม, สตูดิโอโยคะ, และธุรกิจที่มีการจองคลาส

ฟีเจอร์เด่น

  • จัดการตารางคลาสและ Instructor
  • กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุดต่อคลาส
  • ระบบสมาชิกและ Package ชั่วโมง
  • App สำหรับลูกค้า

ราคา

  • 800-3,000 บาท/เดือน

ข้อดี

  • ออกแบบมาสำหรับธุรกิจคลาสโดยเฉพาะ
  • จัดการ Instructor และ Schedule ได้ดี
  • มักมี App ให้ลูกค้าใช้

ข้อเสีย

  • ไม่เหมาะสำหรับธุรกิจที่ไม่ใช่ฟิตเนส
  • LINE OA Integration มักไม่มี
  • ราคาสูงสำหรับสตูดิโอขนาดเล็ก

เหมาะสำหรับ: ยิม, สตูดิโอโยคะ, โรงเรียนสอนว่ายน้ำ, Dance Studio


7. ระบบจองผ่านแพลตฟอร์ม Marketplace

แพลตฟอร์มที่เป็นทั้งตลาดค้นหาบริการและระบบจอง ลูกค้าค้นหาและจองได้จากแพลตฟอร์มเดียว

ฟีเจอร์เด่น

  • ลูกค้าค้นหาธุรกิจและจองในแพลตฟอร์มเดียว
  • รีวิวและเรตติ้งที่สร้างความน่าเชื่อถือ
  • ชำระเงินผ่านแพลตฟอร์ม

ราคา

  • ค่าคอมมิชชัน 15-30% ต่อการจอง

ข้อดี

  • ช่วยหาลูกค้าใหม่
  • ลูกค้ามีความเชื่อมั่นสูงจากระบบรีวิว

ข้อเสีย

  • ค่าคอมมิชชันสูงมาก
  • ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า
  • แข่งขันกับธุรกิจอื่นบนแพลตฟอร์มเดียวกัน
  • ไม่มี LINE OA Integration

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่ต้องการหาลูกค้าใหม่และยอมรับค่าคอมมิชชัน


8. ระบบ CRM ที่มีฟีเจอร์จอง

CRM (Customer Relationship Management) ขนาดใหญ่ที่เพิ่มฟีเจอร์จองนัดเข้ามา

ฟีเจอร์เด่น

  • ฐานข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดมาก
  • Pipeline และ Sales Tracking
  • Email Marketing Integration
  • จองนัดเป็นส่วนหนึ่งของ Sales Process

ราคา

  • 2,000-15,000 บาท/เดือน

ข้อดี

  • ระบบ CRM ที่ครบครัน
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่มี Sales Team

ข้อเสีย

  • แพงและซับซ้อนเกินไปสำหรับธุรกิจบริการขนาดเล็ก
  • ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการจองคิวบริการ
  • LINE OA Integration ต้องพัฒนาเพิ่ม

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจ B2B, บริษัทที่มีทีมขายและต้องการ CRM เป็นหลัก


9. ระบบจองด้วย LINE OA เพียงอย่างเดียว (Manual)

หลายธุรกิจใช้ LINE OA รับจองแบบ manual โดยไม่มีระบบจองที่แท้จริง

วิธีทำงาน

  • ลูกค้าส่งข้อความมาขอจอง
  • พนักงานตรวจสอบตารางและยืนยันด้วยตัวเอง
  • บันทึกนัดใน Google Calendar หรือสมุด

ราคา

  • ฟรี (เฉพาะค่า LINE OA)

ข้อดี

  • ฟรีและเริ่มได้ทันที
  • ยืดหยุ่นสูงสุด
  • สื่อสารกับลูกค้าได้แบบ personal

ข้อเสีย

  • พนักงานต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
  • เกิดการจองซ้ำซ้อนได้ง่าย
  • ไม่มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • ไม่มีรายงานสถิติ
  • ขยายธุรกิจได้ยาก

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น มีลูกค้าน้อยมาก และยังไม่พร้อมลงทุน


10. ระบบจองแบบ Form-Based บนเว็บไซต์

ฟอร์มจองบนเว็บไซต์ WordPress หรือแพลตฟอร์มเว็บไซต์ต่างๆ

ฟีเจอร์เด่น

  • ฟอร์มจองบนเว็บไซต์
  • แจ้งเตือนทาง Email
  • บันทึกข้อมูลใน Database
  • ปรับแต่ง Design ได้

ราคา

  • ฟรี (Plugin) ถึง 500 บาท/เดือน

ข้อดี

  • เชื่อมกับเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว
  • ราคาถูกหรือฟรี
  • ปรับแต่งได้ตามต้องการ

ข้อเสีย

  • ไม่มี LINE OA Integration
  • การแจ้งเตือนผ่าน Email เท่านั้น (อัตราเปิดอ่านต่ำ)
  • ต้องดูแลรักษาระบบเอง
  • ไม่มีฟีเจอร์จัดการตารางงาน

เหมาะสำหรับ: ธุรกิจที่มีเว็บไซต์เป็นหลักและลูกค้าใช้ Email เป็นหลัก


ตารางเปรียบเทียบภาพรวม

ระบบLINE OAแจ้งเตือนอัตโนมัติWaitlistรายงานราคา/เดือนSupport ไทย
Booking Whaleดีเลิศดีเลิศใช่ครบ590-2,490ใช่
Google-Basedไม่มีEmailไม่มีจำกัดฟรี-340ไม่
Scheduling สากลจำกัดEmail/SMSใช่ดี400-2,000ไม่
ร้านอาหารจำกัดใช่ใช่ดี1,500-5,000บางส่วน
POS+จองจำกัดใช่ใช่ดีมาก1,000-4,000บางส่วน
ฟิตเนสไม่มีใช่ใช่ดี800-3,000ไม่
Marketplaceไม่มีใช่ใช่จำกัดคอมมิชชันไม่
CRM+จองจำกัดใช่ใช่ดีมาก2,000-15,000บางส่วน
LINE Manualใช่ไม่มีไม่มีไม่มีฟรี-
Form-Basedไม่มีEmailไม่มีจำกัดฟรี-500ไม่

วิธีเลือกระบบจองออนไลน์ที่เหมาะกับธุรกิจ

สำหรับธุรกิจบริการทั่วไปในไทย (ร้านเสริมสวย, คลินิก, สปา)

เลือก Booking Whale เพราะมี LINE OA Integration ที่ดีที่สุด ราคาเหมาะสม และ Support ภาษาไทย

สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น งบน้อยมาก

เริ่มจาก Google-Based หรือ LINE Manual แล้วย้ายมา Booking Whale เมื่อธุรกิจเติบโต

สำหรับร้านอาหาร

เลือกระบบ Table Management เฉพาะทาง เพราะต้องการฟีเจอร์การจัดการโต๊ะที่ระบบทั่วไปไม่มี

สำหรับยิมและสตูดิโอ

เลือกระบบฟิตเนสเฉพาะทาง เพราะต้องการระบบจัดการคลาสและสมาชิก

สำหรับธุรกิจที่ต้องการหาลูกค้าใหม่

เริ่มจาก Marketplace เพื่อสร้างฐานลูกค้า แล้วย้ายมาระบบของตัวเองเมื่อมีลูกค้าประจำพอ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ระบบจองให้เต็มประสิทธิภาพได้ที่ คู่มือระบบจองคิวออนไลน์ฉบับสมบูรณ์


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระบบจองออนไลน์ฟรีมีดีพอสำหรับธุรกิจจริงๆ ไหม?

ระบบฟรีเพียงพอสำหรับการเริ่มต้น แต่มีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะการขาด LINE OA Integration และระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ซึ่งคือปัจจัยหลักในการลด No-Show เมื่อธุรกิจมีลูกค้ามากกว่า 50 คนต่อเดือน การลงทุนในระบบจองที่ดีกว่าจะคุ้มค่าอย่างรวดเร็ว

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการเปลี่ยนจากระบบเดิมมาระบบใหม่?

สำหรับระบบที่ออกแบบมาดี อย่าง Booking Whale ใช้เวลาตั้งค่าครั้งแรกประมาณ 1-3 ชั่วโมง และพนักงานส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้งานภายใน 1 วัน ข้อมูลลูกค้าเดิมสามารถนำเข้าจาก Excel หรือ CSV ได้

ควรเลือกระบบที่มี App สำหรับลูกค้าหรือแบบเว็บ?

ในตลาดไทย LINE OA มีประสิทธิภาพสูงกว่า App แยกต่างหากมาก เพราะลูกค้าไม่ต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่ม ระบบที่ดีที่สุดสำหรับไทยคือระบบที่ทำงานผ่าน LINE OA โดยตรง ซึ่งลูกค้ามีอยู่แล้ว

ราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกหรือไม่?

ราคาสำคัญแต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ระบบราคา 1,290 บาท/เดือนที่ช่วยลด No-Show จาก 30% เหลือ 6% คุ้มค่ากว่าระบบฟรีที่ไม่มีระบบแจ้งเตือนอย่างมาก คำนวณ ROI จากรายได้ที่ประหยัดได้จาก No-Show และเวลาพนักงานที่ลดลงแทน

สามารถย้ายข้อมูลได้ง่ายไหมถ้าต้องการเปลี่ยนระบบในภายหลัง?

ส่วนใหญ่สามารถ Export ข้อมูลเป็น CSV ได้ แต่การ Import เข้าระบบใหม่อาจต้องการความช่วยเหลือ แนะนำให้เลือกระบบที่อนุญาตให้ Export ข้อมูลได้อย่างอิสระ และตรวจสอบนโยบายข้อมูลก่อนสมัคร

ระบบจองออนไลน์ เปรียบเทียบ ธุรกิจไทย รีวิว
แชร์

พร้อมเริ่มใช้ระบบจองออนไลน์?

ทดลองใช้ Booking Whale ฟรี ระบบจองคิวผ่าน LINE OA ที่ธุรกิจไทยเลือกใช้

เริ่มใช้งานฟรี