ระบบจองทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยว: ปิดรอบเต็มทุกวัน จัดไกด์และรถรับส่งผ่าน LINE OA
คู่มือระบบจองทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยวในไทยปี 2026 จัดรอบออกทัวร์ให้เต็ม บริหารไกด์ รถรับส่ง และที่นั่ง เก็บมัดจำผ่าน LINE OA ลดการยกเลิกนาทีสุดท้าย
ระบบจองทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยว: ปิดรอบเต็มทุกวัน จัดไกด์และรถรับส่งผ่าน LINE OA
หกโมงเช้าที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในกระบี่ เจ้าของทัวร์ดำน้ำยืนนับหัวลูกค้าอยู่หน้าเรือ ในสมุดจดเขียนไว้ว่ารอบนี้มี 18 คน แต่มาจริง 13 คน อีกสองคนโทรมาบอกเมื่อคืนว่าไม่สะดวก อีกสามคนเงียบหายไปเฉย ๆ เรือลำนี้จุได้ 20 ที่ ค่าน้ำมันกับค่าไกด์จ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะมีกี่คน ที่นั่งว่างห้าที่ในเช้าวันนั้นคิดเป็นเงินที่หายไปประมาณ 7,500 บาท และถ้าเกิดแบบนี้สัปดาห์ละสามครั้ง ตัวเลขทั้งเดือนจะอยู่ที่เกือบแสนบาท
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าไม่มี แต่อยู่ที่ระบบรับจองที่ยังเป็นแชท LINE ส่วนตัวผสมกับสมุดปกแข็ง บทความนี้จะอธิบายว่าธุรกิจทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่ทัวร์เกาะ เรือยอชต์ เทรกกิ้ง คลาสดำน้ำ ทัวร์จักรยาน ไปจนถึงเวิร์กชอปวัฒนธรรมและทัวร์ชิมอาหาร ควรวางระบบจองอย่างไรให้รอบเต็ม ไกด์ไม่ตีกัน และเงินมัดจำเข้ากระเป๋าก่อนวันเดินทางจริง
ทำไมธุรกิจทัวร์ในไทยปี 2026 ต้องมีระบบจองออนไลน์ของตัวเอง
ช่วงสามปีหลัง พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปชัดเจนมาก เมื่อก่อนลูกค้าส่วนใหญ่จองทัวร์ผ่านโรงแรมหรือเคาน์เตอร์ทัวร์หน้าถนน ปัจจุบันกว่าครึ่งค้นหาเอง ในมือถือ แล้วตัดสินใจภายในวันเดียวกันหรือก่อนหน้าเพียงหนึ่งวัน คนกลุ่มนี้ไม่อดทนรอตอบแชทข้ามคืน ถ้าทักไปแล้วเงียบเกินสิบห้านาที เขาจะเลื่อนหาเจ้าถัดไปทันที
อีกแรงกดดันคือค่าคอมมิชชั่นของแพลตฟอร์ม OTA ต่างชาติ ซึ่งปกติอยู่ที่ 20-30% ของราคาขาย สำหรับทัวร์ราคา 2,000 บาทต่อคน นั่นคือเงินที่หายไป 400-600 บาททุกครั้ง ผู้ประกอบการที่รอดและโตได้ในปี 2026 คือคนที่ใช้ OTA เป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ แต่ดันลูกค้าที่เคยมาแล้ว กลับมาจองตรงผ่านช่องทางของตัวเอง โดยเฉพาะ LINE OA ที่คนไทยและนักท่องเที่ยวเอเชียใช้กันเป็นปกติอยู่แล้ว
สุดท้ายคือเรื่องต้นทุนคงที่ ธุรกิจทัวร์ต่างจากร้านนวดหรือคลินิกตรงที่ต้นทุนต่อรอบเกือบทั้งหมดเป็นต้นทุนคงที่ ไม่ว่าจะมีลูกค้า 8 คนหรือ 20 คน ค่าเรือ ค่าน้ำมัน ค่าไกด์ ค่ารถรับส่ง จ่ายเท่าเดิม กำไรทั้งหมดจึงไปกองอยู่ที่ ที่นั่งใบสุดท้ายของรอบ ระบบจองที่ช่วยเติมที่นั่งว่างได้อีกสองสามที่ต่อรอบ จึงเปลี่ยนบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุนได้ทันที
ฟีเจอร์ที่ระบบจองทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยวต้องมี
ทัวร์ไม่ใช่ร้านตัดผมที่จองทีละคิว ระบบที่ใช้ได้จริงต้องเข้าใจโครงสร้างธุรกิจแบบ “รอบ” ที่มีที่นั่งจำกัด มีไกด์ มีรถ และมีจุดรับส่งหลายจุด
จัดการที่นั่งคงเหลือแบบเรียลไทม์
หัวใจของธุรกิจทัวร์คือจำนวนที่นั่งต่อรอบ ระบบต้องหักที่นั่งทันทีที่มีคนจอง และแสดงให้ลูกค้าคนถัดไปเห็นว่าเหลือกี่ที่ ตัวเลข “เหลือ 3 ที่” ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความแม่นยำ แต่ยังเป็นแรงกระตุ้นการตัดสินใจที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในหน้าจอง ที่สำคัญคือต้องกันการจองทับซ้อนตอนที่ลูกค้าสองกลุ่มกดพร้อมกัน เรื่องนี้สมุดจดทำไม่ได้เลย
ผูกไกด์ รถ และอุปกรณ์เข้ากับรอบทัวร์
รอบทัวร์หนึ่งรอบไม่ได้ใช้แค่เวลา แต่ใช้ทรัพยากรจริงที่มีจำนวนจำกัด ไกด์พูดภาษาจีนมีสองคน รถตู้มีสามคัน ชุดดำน้ำไซซ์ใหญ่มีแปดชุด ระบบที่ดีจะให้ผูกทรัพยากรเหล่านี้กับประเภททัวร์ แล้วปิดรอบอัตโนมัติเมื่อทรัพยากรตัวใดตัวหนึ่งหมด แทนที่จะรับจองไปก่อนแล้วค่อยไปหาไกด์ทีหลัง ซึ่งเป็นต้นตอของการยกเลิกทัวร์นาทีสุดท้ายที่ทำลายรีวิวมากที่สุด
เก็บข้อมูลผู้ร่วมเดินทางครบตั้งแต่ตอนจอง
ทัวร์ต้องการข้อมูลมากกว่าชื่อกับเบอร์โทร เช่น จำนวนผู้ใหญ่และเด็ก น้ำหนักสำหรับกิจกรรมผาดโผน ข้อจำกัดด้านอาหาร โรคประจำตัว เลขพาสปอร์ตสำหรับประกันการเดินทาง และจุดรับที่โรงแรม ระบบจองควรเก็บทั้งหมดนี้ในแบบฟอร์มเดียวตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ไล่ถามทีละข้อในแชทตอนสี่ทุ่มของคืนก่อนออกทัวร์
รับมัดจำผ่าน PromptPay และยืนยันอัตโนมัติ
การจองฟรีคือต้นเหตุของที่นั่งว่างในเรือ ระบบที่เก็บมัดจำ 20-30% ตอนจอง สร้าง QR PromptPay เฉพาะรายการนั้น และยืนยันการจองให้อัตโนมัติเมื่อได้รับเงิน จะกรองคนที่ยังไม่ตัดสินใจจริงออกไปตั้งแต่ต้นทาง รายละเอียดการตั้งกฎที่ยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายเก็บค่ามัดจำสำหรับธุรกิจที่รับจอง
แจ้งเตือนอัตโนมัติพร้อมจุดนัดพบ
ทัวร์ส่วนใหญ่ออกเดินทางเช้ามาก การแจ้งเตือนล่วงหน้าจึงไม่ใช่แค่กันลืม แต่เป็นการส่งข้อมูลสำคัญ เช่น พิกัดจุดนัดพบ เวลารถออก สิ่งที่ต้องเตรียม และเบอร์ติดต่อไกด์ ระบบควรส่งอัตโนมัติสองรอบ คือตอนจองสำเร็จ และตอนเย็นของวันก่อนเดินทาง เทคนิคการตั้งค่าการแจ้งเตือนที่ได้ผลจริง มีอธิบายไว้ใน วิธีลดลูกค้า No-Show 80% ด้วยระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
เปรียบเทียบ 3 วิธีรับจองทัวร์ที่ผู้ประกอบการไทยใช้กันอยู่
| หัวข้อ | แชท LINE + สมุดจด | ขายผ่าน OTA อย่างเดียว | ระบบจองของตัวเอง + LINE OA |
|---|---|---|---|
| ค่าคอมมิชชั่นต่อรายการ | ไม่มี | 20-30% | ไม่มี (จ่ายค่าระบบรายเดือนคงที่) |
| เวลาตอบลูกค้า | ขึ้นกับคนตอบ มักเกิน 30 นาที | ทันที | ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง |
| ความแม่นยำของที่นั่งคงเหลือ | ต่ำ จองทับกันบ่อย | สูง แต่เห็นเฉพาะโควตาที่แบ่งให้ | สูง เห็นภาพรวมทุกช่องทาง |
| เก็บมัดจำอัตโนมัติ | ต้องไล่เช็กสลิปเอง | แพลตฟอร์มเก็บแทน เงินเข้าช้า | เก็บได้ทันที เงินเข้าบัญชีร้าน |
| เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า | ได้ แต่กระจัดกระจาย | ไม่ได้ | ได้ครบ พร้อมประวัติการเดินทาง |
| ทำการตลาดซ้ำได้ | ยาก | แทบไม่ได้ | ได้ผ่าน LINE broadcast |
| เวลาที่ใช้จัดการต่อวัน | 2-3 ชั่วโมง | 1 ชั่วโมง | 15-30 นาที |
ข้อสรุปที่เห็นชัดคือ OTA เหมาะกับการหาลูกค้าใหม่จากต่างประเทศ แต่ไม่ควรเป็นช่องทางเดียว ส่วนแชทกับสมุดจดนั้นต้นทุนเป็นศูนย์บนกระดาษ แต่แลกมาด้วยเวลาของเจ้าของและที่นั่งว่างที่มองไม่เห็น
ขั้นตอนวางระบบจองทัวร์ให้ใช้งานได้จริงภายในหนึ่งสัปดาห์
ขั้นที่ 1 จัดระเบียบสินค้าทัวร์ก่อน เขียนรายการทัวร์ทั้งหมดออกมาให้ชัด ระบุชื่อโปรแกรม ระยะเวลา ราคาผู้ใหญ่และเด็ก จำนวนที่นั่งต่อรอบ เวลาออกเดินทาง และวันที่ให้บริการ ธุรกิจส่วนใหญ่พบว่าตัวเองมีโปรแกรมซ้ำซ้อนหรือราคาไม่นิ่ง ขั้นตอนนี้ช่วยให้จัดบ้านก่อนเข้าระบบ
ขั้นที่ 2 กำหนดกฎการจองให้เป็นลายลักษณ์อักษร ปิดรับจองก่อนออกเดินทางกี่ชั่วโมง มัดจำกี่เปอร์เซ็นต์ ยกเลิกก่อนกี่วันคืนเงินเต็ม กรณีฝนตกหรือทะเลปิดทำอย่างไร กฎเหล่านี้ต้องใส่ในระบบ ไม่ใช่อยู่ในหัวของเจ้าของคนเดียว
ขั้นที่ 3 สร้างหน้าจองและเชื่อมกับ LINE OA ตั้ง Rich Menu ให้มีปุ่มจองทัวร์ ปุ่มดูการจองของฉัน และปุ่มติดต่อไกด์ ให้ลูกค้ากดจบได้ในสามครั้งคลิก วิธีเชื่อมต่อแบบละเอียดดูได้ที่ คู่มือเชื่อมต่อระบบจองผ่าน LINE OA
ขั้นที่ 4 ทดสอบด้วยการจองจริงของตัวเอง ลองจองเองสามรอบ ทั้งแบบจ่ายมัดจำสำเร็จ แบบจ่ายไม่สำเร็จ และแบบขอยกเลิก ดูว่าข้อความอัตโนมัติที่ลูกค้าได้รับอ่านแล้วเข้าใจไหม จุดนัดพบชัดเจนพอหรือไม่
ขั้นที่ 5 ย้ายลูกค้าเก่าเข้าระบบ ส่งข้อความหาลูกค้าที่เคยใช้บริการ พร้อมโค้ดส่วนลดสำหรับการจองตรงครั้งแรก นี่คือวิธีลดสัดส่วนรายได้จาก OTA ที่ได้ผลเร็วที่สุด
ขั้นที่ 6 ดูตัวเลขทุกสัปดาห์ อัตราที่นั่งเต็มต่อรอบ อัตรายกเลิก สัดส่วนช่องทางการจอง และรอบที่ขายดีที่สุด ใช้ตัวเลขเหล่านี้ปรับจำนวนรอบและราคาในเดือนถัดไป
สามกรณีจริงจากผู้ประกอบการทัวร์ในไทย
ทัวร์ดำน้ำในกระบี่ เรือจุ 20 ที่ เดิมรับจองผ่านแชทและเคาน์เตอร์โรงแรม อัตราที่นั่งเต็มเฉลี่ย 68% และมีคนไม่มาตามนัดราว 15% หลังเปลี่ยนมาใช้ระบบจองที่เก็บมัดจำ 500 บาทต่อคนและส่งแจ้งเตือนคืนก่อนเดินทาง อัตราคนไม่มาลดเหลือ 4% ที่นั่งเต็มเฉลี่ยขยับเป็น 84% รายได้ต่อรอบเพิ่มขึ้นประมาณ 6,400 บาท โดยไม่ได้ขึ้นราคาเลยแม้แต่บาทเดียว
ทัวร์เดินชิมอาหารย่านเมืองเก่าภูเก็ต รอบละ 12 คน ปัญหาเดิมคือเจ้าของต้องนั่งตอบแชทภาษาอังกฤษถึงเที่ยงคืนทุกวัน หลังตั้งหน้าจองสองภาษาและใส่ข้อมูลจุดนัดพบพร้อมพิกัดแผนที่ในข้อความยืนยันอัตโนมัติ เวลาที่ใช้ตอบแชทลดจากวันละ 3 ชั่วโมงเหลือ 40 นาที และจำนวนรอบที่เปิดต่อสัปดาห์เพิ่มจาก 5 รอบเป็น 8 รอบ เพราะเจ้าของมีเวลาไปเทรนไกด์เพิ่มอีกสองคน
ทัวร์เทรกกิ้งครึ่งวันในเชียงใหม่ รอบละ 10 คน ธุรกิจนี้มีฤดูกาลชัดเจน ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์คิวแน่น ส่วนหน้าฝนแทบไม่มีคน หลังใช้ข้อมูลการจองย้อนหลังมาวางแผน เจ้าของเปิดรอบพิเศษราคาโปรโมชั่นเฉพาะวันธรรมดาในหน้าฝน และใช้ LINE broadcast ส่งหาลูกค้าเก่าที่อยู่ในเชียงใหม่ ทำให้รายได้ช่วงโลว์ซีซั่นเพิ่มขึ้น 22% แนวทางรับมือช่วงพีคและช่วงเงียบแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ วิธีจัดการช่วงพีคและดีมานด์ตามฤดูกาล
เทคนิคเพิ่มรายได้ที่ทำได้ทันทีเมื่อมีระบบจอง
ขายของเสริมในหน้าจอง ค่าเช่ากล้องกันน้ำ ชุดดำน้ำ อาหารกลางวันอัปเกรด หรือบริการถ่ายรูปโดยช่างภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นสินค้ากำไรสูงที่ลูกค้ายินดีจ่ายตอนกำลังตื่นเต้นกับทริป แต่มักถูกลืมถ้าไม่มีช่องให้เลือกในขั้นตอนจอง โดยเฉลี่ยการเสนอของเสริมที่ถูกจังหวะเพิ่มยอดต่อบิลได้ 10-18%
ตั้งราคาตามช่วงเวลา รอบเช้าที่คนแย่งกันจองตั้งราคาเต็ม ส่วนรอบบ่ายที่มักเหลือที่ว่างตั้งราคาถูกลง 10-15% ระบบจองที่รองรับราคาหลายระดับจะช่วยเกลี่ยลูกค้าให้กระจายตัว แทนที่จะกระจุกอยู่รอบเดียว
ทำแพ็กเกจกลุ่มและครอบครัว จองสี่คนขึ้นไปลด 10% เป็นกลยุทธ์ที่เพิ่มขนาดกลุ่มเฉลี่ยได้ดี เพราะลูกค้าจะไปชวนเพื่อนมาเพิ่มเอง ต้นทุนต่อรอบเท่าเดิมแต่รายได้เพิ่ม
เก็บรีวิวอัตโนมัติหลังจบทัวร์ ส่งข้อความขอบคุณพร้อมลิงก์รีวิว Google ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจบทริป ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้ายังอินกับประสบการณ์มากที่สุด รีวิวที่เพิ่มขึ้นส่งผลตรงต่ออันดับการค้นหาและยอดจองในเดือนถัดไป
ดันลูกค้า OTA กลับมาจองตรง ใส่การ์ดเล็ก ๆ พร้อม QR Code LINE OA ในถุงของที่ระลึกหรือบนรถรับส่ง พร้อมข้อความว่าจองตรงครั้งหน้าลด 10% ลูกค้าได้ถูกลง ร้านประหยัดค่าคอมมิชชั่นที่แพงกว่าส่วนลดนั้นอยู่ดี
ระบบจองออนไลน์ช่วยธุรกิจทัวร์อย่างไร
ปัญหาทั้งหมดที่เล่ามา ตั้งแต่ที่นั่งว่างในเรือ ไกด์ที่ถูกจองซ้อน แชทที่ตอบไม่ทัน ไปจนถึงค่าคอมมิชชั่นที่กินกำไร ล้วนมีต้นตอเดียวกันคือการจัดการรอบและข้อมูลลูกค้าที่กระจัดกระจายอยู่คนละที่ ระบบจองออนไลน์ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจบริการแบบรอบ จะรวมตารางรอบ ที่นั่งคงเหลือ ทรัพยากรอย่างไกด์และรถ การเก็บมัดจำ และการแจ้งเตือน ไว้ในที่เดียวที่ทีมงานทุกคนเห็นตรงกัน
สำหรับผู้ประกอบการทัวร์ในไทย จุดที่ต่างจากซอฟต์แวร์ต่างประเทศคือการเชื่อมกับ LINE OA ซึ่งเป็นช่องทางที่ลูกค้าใช้อยู่แล้วโดยไม่ต้องโหลดแอปใหม่ และการรองรับ PromptPay ที่ทำให้เก็บมัดจำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบโอนของแพลตฟอร์ม Booking Whale เป็นหนึ่งในระบบที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจบริการไทยโดยเฉพาะ รองรับการจองแบบมีที่นั่งจำกัด การผูกพนักงานกับรอบ และการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน LINE ทำให้เจ้าของกิจการเอาเวลาที่เคยหมดไปกับการตอบแชทและไล่เช็กสลิป กลับไปใช้กับการออกแบบประสบการณ์ทัวร์ที่ดีขึ้นแทน
คำถามที่พบบ่อย
ธุรกิจทัวร์เล็ก ๆ ที่มีรอบวันละรอบเดียว จำเป็นต้องใช้ระบบจองไหม
จำเป็นยิ่งกว่าธุรกิจใหญ่ด้วยซ้ำ เพราะเมื่อมีรอบเดียวต่อวัน ที่นั่งว่างแต่ละที่กระทบกำไรหนักมาก และเจ้าของมักทำทุกอย่างคนเดียว ระบบจองช่วยคืนเวลาให้ได้วันละสองถึงสามชั่วโมง ซึ่งมีค่ามากกว่าค่าระบบรายเดือนอยู่มาก
ถ้ายังขายผ่าน OTA อยู่ จะจัดการที่นั่งไม่ให้ชนกันอย่างไร
วิธีที่ปลอดภัยและทำได้ทันทีคือแบ่งโควตา เช่น กันที่นั่งให้ OTA 40% และเปิดให้จองตรง 60% แล้วปรับสัดส่วนตามยอดจริงทุกเดือน เมื่อสัดส่วนการจองตรงโตขึ้น ค่อยลดโควตา OTA ลง
ควรเก็บมัดจำเท่าไรจึงจะไม่ทำให้ลูกค้าหนี
สำหรับทัวร์ในไทย ช่วงที่ใช้ได้ผลดีคือ 20-30% ของราคา หรือกำหนดเป็นจำนวนเงินคงที่ 300-500 บาทต่อคน ประเด็นสำคัญกว่าตัวเลขคือความชัดเจนของเงื่อนไขคืนเงิน ถ้าลูกค้าเห็นว่ายกเลิกก่อน 48 ชั่วโมงได้เงินคืนเต็ม เขาจะกล้าจ่ายมัดจำมากขึ้น
ลูกค้าต่างชาติที่ไม่มี LINE จะจองอย่างไร
ระบบจองที่ดีจะมีหน้าเว็บจองที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมี LINE ส่วน LINE OA เป็นช่องทางเสริมสำหรับลูกค้าไทยและนักท่องเที่ยวเอเชียที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ควรเปิดทั้งสองทางเสมอ และส่งอีเมลยืนยันสำรองให้ลูกค้าที่จองผ่านเว็บ
ถ้าทัวร์ต้องยกเลิกเพราะสภาพอากาศ ระบบช่วยอะไรได้บ้าง
ระบบช่วยให้ส่งข้อความแจ้งลูกค้าทุกคนในรอบนั้นพร้อมกันได้ในคลิกเดียว พร้อมเสนอทางเลือกให้เลื่อนไปรอบอื่นที่ยังว่างหรือขอคืนเงิน การสื่อสารที่เร็วและชัดเจนในสถานการณ์แบบนี้ มีผลต่อรีวิวมากกว่าตัวเหตุการณ์ที่ยกเลิกเสียอีก
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล
ส่วนใหญ่เห็นผลด้านการลดคนไม่มาตามนัดภายในสองถึงสามสัปดาห์แรก เพราะระบบมัดจำและการแจ้งเตือนทำงานทันที ส่วนผลด้านอัตราที่นั่งเต็มและสัดส่วนการจองตรงมักใช้เวลาประมาณสองถึงสามเดือน เพราะต้องสะสมฐานลูกค้าเก่าในช่องทางของตัวเองก่อน
สรุป
- ธุรกิจทัวร์มีต้นทุนต่อรอบเกือบทั้งหมดเป็นต้นทุนคงที่ กำไรจึงอยู่ที่ที่นั่งใบสุดท้าย การเติมที่นั่งว่างอีกสองสามที่ต่อรอบเปลี่ยนผลประกอบการได้ทันที
- ระบบจองสำหรับทัวร์ต้องรองรับที่นั่งคงเหลือแบบเรียลไทม์ ผูกไกด์และรถกับรอบ เก็บข้อมูลผู้เดินทางครบ และเก็บมัดจำอัตโนมัติผ่าน PromptPay
- การเก็บมัดจำ 20-30% พร้อมแจ้งเตือนคืนก่อนเดินทาง ลดอัตราคนไม่มาตามนัดจากระดับ 15% ลงมาเหลือหลักหน่วยได้จริง
- OTA เหมาะกับการหาลูกค้าใหม่ แต่ไม่ควรเป็นช่องทางเดียว การดันลูกค้าเก่ากลับมาจองตรงผ่าน LINE OA คือวิธีเพิ่มกำไรที่เร็วที่สุดโดยไม่ต้องขึ้นราคา
- เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบโปรแกรมทัวร์และเขียนกฎการจองให้ชัด แล้วค่อยย้ายเข้าระบบ จะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็เปิดรับจองออนไลน์ได้จริง
พร้อมเริ่มใช้ระบบจองออนไลน์?
ทดลองใช้ Booking Whale ฟรี ระบบจองคิวผ่าน LINE OA ที่ธุรกิจไทยเลือกใช้
เริ่มใช้งานฟรี